ข่าวและกิจกรรม
LED bulbs consume conspicuously 10 years 80 percent market rally Thailand Electric City seduces Raiders win brand share.

หลอดแอลอีดีผงาด 10 ปี กินรวบตลาด 80 เปอร์เซ็นต์ ไทย อิเล็คทริคซิตี้ โหมบุกชิงแชร์แบรนด์ดัง

15 Sep, 2015
หลอดไฟแอลอีดี(LED)เริ่มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นที่สามารถประหยัดพลังงาน
ได้มากกว่าหลอดทั่วไป แม้ในช่วงแรกยังมีปัจจัยด้านราคาที่สูงกว่าหลอดไฟทั่วไปหลายเท่าตัว
เข้ามามีผลต่อการตัดสินใจซื้อของกลุ่มผู้บริโภค แต่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดหลอดแอลอีดี
มีการเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เป็นผลมาจากราคาหลอดไฟแอลอีดีที่เริ่มปรับลดราคาลง
ต่อเนื่อง ทำให้ตลาดแอลอีดีมีการเติบโตที่สวนกระแสกับตลาดหลอดไฟในกลุ่มอื่นๆอย่างเห็น
ได้ชัด ส่งผลให้เกิดการแข่งขันในตลาดนี้มากขึ้นตามไปด้วย

ไทยอิเล็คทริค เปิดเกมรุกตลาดแอลอีดี นายสุรินทร์ วรสาธิต กรรมการผู้จัดการบริษัท
ไทย อิเล็คทริคซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ ไฟฟ้า
และแสงสว่างครบวงจร ภายใต้แบรนด์ ไฮ-เทค, แมคแคน, เคียวริทสึ และวี-เอฟ เปิดเผยว่า
หลังจากที่บริษัทอยู่ในตลาดมานานกว่า 12 ปี โดยเน้นการทำตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าโครงการ
และกลุ่มผู้รับเหมา แต่หลังจากนี้จะให้ความสำคัญกับการทำตลาดไปยังกลุ่มคอนซูเมอร์มาก
ยิ่งขึ้น และจะให้ความสำคัญไปยังสินค้าในกลุ่มแอลอีดีมากขึ้น ทั้งหลอดไฟและโคมไฟ
ส่องสว่าง รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ภายใต้แบรนด์สินค้าที่มีอยู่ 4 แบรนด์ ได้แก่
แบรนด์ไฮ-เทค ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าที่พัฒนาขึ้นมาเอง แบรนด์แมคแคน เป็นไฟติ้งแบรนด์
ที่เน้นจับตลาดล่าง หรือระดับ C ลงมา ขณะที่แบรนด์เคียวริทสึ เป็นกลุ่มเครื่องมือวัดไฟฟ้า
และแบรนด์วี-เอฟ โคมไฟส่องสว่าง ที่ปัจจุบันบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่าย โดยมีบริษัทแม่
อยู่ที่ประเทศเยอรมนี ส่วนใหญ่จะเน้นขายผ่านโครงการต่างๆ

ในปีนี้ได้เตรียมงบประมาณทางการตลาดทั้งสิ้น 10 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุด
ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา เพื่อใช้ในการสื่อสารไปยังกลุ่มผู้บริโภค ในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก
ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมไฮ-เทค โรดโชว์ 2015 โดยเน้นไปที่ภาคตะวันออกและ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2558 นอกจากนี้ยังจะเน้น
การทำประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสปอตทางวิทยุ ป้ายหน้าร้าน
การทำประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย และกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับร้านค้า ทั้งนี้ปัจจุบัน
มีสัดส่วนขายผ่านเทรดดิชันนัลเทรด หรือร้านค้าทั่วไป 60% โมเดิร์นเทรด 30% และ
ลูกค้าโครงการ 10% นอกจากนี้ สื่อออนไลน์ยังจะเป็นอีกหนึ่งรูปแบบทางการตลาดที่
บริษัทนำมาใช้ เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากที่สุด ผ่านเว็บไซต์ www.hi-tek.co.th
ในการให้กลุ่มลูกค้าสามารถซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ เนื่องจากช่องทางดังกล่าว
ถือเป็นช่องทางที่มีการเติบโตสูง และมีศักยภาพการเติบโตในอนาคต โดยมีการจัดโปรโมชัน
บริการส่งสินค้าฟรี เมื่อมียอดสั่งซื้อตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป ซึ่งหลังจากเปิดตัวมาได้ 2-3 เดือน
ถือว่าได้การตอบรับเป็นอย่างดี“กลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญ คือ เรื่องของราคาจะถูกกว่า
แบรนด์ชั้นนำทั่วไป 20-30% หรือเริ่มต้นที่ 50 บาทสำหรับหลอดไฟแอลอีดี ขนาด 3 วัตต์
เนื่องจากเราไม่ได้ใช้ต้นทุนค่าดำเนินการทางตลาดมากนัก จึงสามารถปรับราคาให้ถูกกว่า
แบรนด์ชั้นนำได้” พร้อมกันนี้ไทยอิเล็คทริค ยังให้ความสนใจในการขยายการทำตลาดไปยัง
กลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะสปป.ลาวที่เข้าไปทำตลาดก่อนหน้านี้แล้ว 3 ปี ปัจจุบัน
มีรายได้จากประเทศดังกล่าว 20 ล้านบาทต่อปี โดยอาศัยการส่งพนักงานขายของบริษัท
เข้าไปรับออร์เดอร์ หรือยอดคำสั่งซื้อเดือนละ 1 ครั้ง ควบคู่กับการมองหาตลาดใหม่ๆอย่าง
กัมพูชาและเมียนมา โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชาที่มีแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ
หลอดไฟแอลอีดีสูง เนื่องจากมีการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และมีความต้องการ
หลอดไฟในตลาดมากกว่าในสปป.ลาวถึง 3 เท่า โดยคาดว่าจะเริ่มทำตลาดทั้ง 2 ประเทศ
นี้ได้ในปี 2559 เป็นต้นไปส่วนของเป้าหมายในช่วง 3-5 ปีจากนี้ จะให้ความสำคัญกับ
การทำตลาดทั้งในและต่างประเทศควบคู่กัน ซึ่งมีแผนแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ
ที่เข้าไปทำตลาด ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มประเทศอาเซียนเป็น 20%
จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนน้อยมาก หรือราว 3% เท่านั้น10 ปีหลอดแอลอีดีกวาดแชร์80%
นายสุรินทร์ กล่าวถึงภาพรวมของตลาดว่า ตลาดหลอดไฟและโคมไฟส่องสว่างของไทยมูลค่า
2 หมื่นล้านบาท ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรก ไม่มีการเติบโต
ซึ่งสวนทางกับตลาดหลอดไฟแอลอีดีที่ยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง
ไตรมาส 3 ที่มีการสั่งซื้อจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์
ของไทยที่มีการเติบโตต่อเนื่อง เพราะมองว่าหลอดไฟแอลอีดีเป็นสินค้าที่เข้ามาทดแทน
หลอดไฟแบบเดิม ทั้งหลอดตะเกียบ และหลอดฟลูออเรสเซนต์ เป็นต้น

จากความนิยมดังกล่าวคาดการณ์ว่า จะส่งผลให้ตลาดหลอดไฟแอลอีดี เพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น
50% ในอีก 5 ปีข้างหน้า และเพิ่มขึ้นเป็น 80% ในอีก 10 ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 25%
ของตลาดรวมหลอดไฟและโคมไฟแสงสว่าง ขณะที่หลอดตะเกียบมีสัดส่วน 40%
หลอดแสงจันทร์ 25% และหลอดไส้ 10% ส่วนยอดขายปีนี้บริษัทมั่นใจว่า
หลังจากบุกตลาดมากขึ้น จะทำให้มีการเติบโต 15% โดยรายได้หลักยังคงมาจาก
แบรนด์ไฮ-เทค 70% แบรนด์เคียวริทสึ 20% แบรนด์วี-เอฟ 5% และแบรนด์แมคแคน
5% อย่างไรก็ตามหลังจากเน้นทำตลาดแบรนด์แมคแคนมากขึ้น จะทำให้สัดส่วนรายได้
ขึ้นเป็น 10% ในปี 2558

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3089 วันที่ 20-23 กันยายน พ.ศ. 2558